เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เขาว่าผู้หญิงหึงเพราะผู้หญิงรัก 

เขาว่าผู้หญิงจะงี่เง่าแค่กับคนที่รัก 

ถ้าไม่รัก อย่าหวังซะให้ยากว่าเธอจะมางี่เง่าด้วย 

เพราะงั้นมันจะมีเหตผลอะไรที่ผู้ชายจะไม่ชอบที่โดนหึงล่ะ??

ชอบให้เขาสนใจ ชอบให้เขามางี่เง่าใส่

ผมมาโซดิสถ์??ผม ขาดความอบอุ่น??

ไม่หรอก …. เหตุผลมันอธิบายยากกว่านั้นอีก

มันเป็นความรู้สึกที่ถ้าคุณไม่ใช่คนสองคนในสถานการณ์นั้น คุณจะไม่มีวันเข้าใจ

เพราะมันเป็นเรื่องของ”เรา”สองคน

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

   เคยรู้สึกเหมือนอยู่ๆอากาศหนาวลงทั้งๆที่อากาศร้อนตับแล่บมั้ยคุณ?

 

เอ๊า! อย่าพึ่งงงๆ ผมพูดจริงนะเออ

เนี่ย หนาวขนแขนลุกเลยขนาดเหงื่อแตกพลั่กๆเนี่ย

 

พึ่งรู้…หรืออาจจะรู้หลายครั้งแล้ว ว่าแค่แววตาก็แช่แข็งคนได้…

 

นั่นไง ยานแม่ที่มารับผมอะ

ชัดเลย

 

สาวเจ้าที่เดินมาหิ้วของที่กะประมาณด้วยตาได้ว่าเป็นหนังสือหนาๆหลายเล่ม

ซึ่งนั่นก็เป็นภาพที่เห็นจนชินตา แต่แน่นอนว่าเห็นชินตาคงไม่มีทางขนลุกหลอนได้หรอก

ที่หลอนจริงๆคงจะเป็นสายตาเย็นๆที่มองมาหามากกว่า

 

แต่ด้วยความเชื่องส่วนตัวเลยทำใจสู้เดินไปเนียนกว้านของหนักๆนั่นมาถือให้แทน

พร้อมกับส่งยิ้มวิบวับสไตล์ประสาสิงหาให้เป็นของแถม

ปรับโทนเสียงให้อ่อนลงเป็นการเอาใจอีกคนที่ดูจะอารมณ์ไม่ดีเท่าที่ควร

 

“เป็นไงบ้าง?? อ่านหนังสือเหนื่อยเปล่า??”

 

พับเก็บความคิดในตอนแรกที่ว่าจะถามว่าอ่านหนังสือเสร็จยังนะ แต่กลัวโดนตอกกลับมาว่า ’แล้วที่เดินมานี่น่ะอ่านไม่เสร็จมั้ง’ เลยเลี่ยงไปถามอย่างอื่นแทน

 

………เอาจริงๆเฟิร์นคงไม่พูดงั้นหรอก………

 

ถ้าพูดงั้นจริงสิงหามีงอแงนะเอ้า

บาดใจสุดอะ

 

“คุยกับน้องนานะสนุกมั้ย?...”

 

ประโยคเรียบนิ่งตามสไตล์เจ้าตัวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูจะเย็นยิ่งกว่าปกติ

พาลให้คนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวูบๆแต่ก็ยังยิ้มน้อยๆส่งกลับไปให้ตามประสาก่อนจะตอบกลับไป

 

“หืม?? ก็ปกตินะ ร่าเริงดี”

 

ก็หมายความตามที่พูดนะ…เหมือนคุยกับคนอื่นปกติ

เด็กแกก็ร่าเริงสมวัย

สิงหาผิดอัลไล??...

 

"ไม่พาน้องเค้าไปทานไอติมแล้วเหรอ ผิดสัญญาคนไม่ดีนะกัส"

 

 

ประโยคที่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงโทนเดิมเหมือนจิ๊กซอว์ให้ประติดประต่อได้ถึงสาเหตที่สาวเจ้าอารมณ์เสียผิดจากทุกครา

ไม่อยากจะคิดหลงตัวเองมากเท่าไหร่ถึงสาเหตที่คิดไว้ในหัวว่าเพราะอะไร

แต่ก็นะ…

 

แหม่

เธอครับ

หึงเราก็บอกตรงๆดิ๊ โห่วววว

 

แต่ก็นะ ไม่ได้พูดไปหรอก

ไม่ได้กลัวสาวดุด้วย บอกเลย

แค่เกรงใจ: p

 

“วันอื่นก็ได้นี่ครับ”

 

ผมกลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ ยิ้มน้อยๆพยายามไม่ให้กว้างเกินจนดูเหมือนกำลังลิงโลดกว่าปกติ

เพื่อเสริมสมมติฐานในหัวเลยแย้บคำถามไปเล็กน้อยเพื่อสังเกตปฎิกริยา

 

“เฟิร์นดูเครียดๆนะ??”

 

Why are you so serious??

กวนตีนปะวะ ก็เห็นชัดอยู่นะว่าแม่เจ้าประคุณกำลังเครียดอยู่

คิดไว้ในหัวถึงสาเหตที่สาวเธอเครียด คาดการณ์ไว้ว่าไม่น่าจะผิดไปจากที่คิดซักเท่าไหร่

ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเพราะอะไร

 

 

แต่บางเรื่อง…ที่ถามก็เพราะอยากฟังจากปากมากกว่าคิดไปด้วยตัวเอง

 

 

 

"เปล่านี่..."

 

 

จำเลยปากแข็งหลบสายตาก่อนจะหมุนตัวเดินไปทิศหน้าโรงเรียนเพื่อกลับบ้านตามปกติ

นับว่าเป็นคำตอบประสาเจ้าตัวที่มักจะไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ

 

 

นั่นปะไร….เดาคำตอบผิดที่ไหน

ถึงเผินๆจะดูเหมือนหัวอ่อน แต่เอาจริงๆปากแข็งจะตาย

ให้ยอมรับง่ายๆล่ะยากกก

 

 

กระตุกมุมปากกลั้นยิ้มไม่ให้มากเกินควรก่อนจะสาวเท้าเดินตามไปติดๆจนขนาบข้าง

เมื่อเห็นว่าพูดกวนพูดอ้อมคงยืดเยื้อเวลา ซ้ำยังอาจเป็นการกวนประสาทแม่เจ้าประคุณปากแข็ง

จึงปล่อยประโยคที่เปรียบเหมือนหมัดฮุกไปดื้อๆไม่อ้อมค้อม

 

 

“หึงเหรอ??...”

"เอ๋..."

 

เสียงอุทานเบาๆตามประสาเจ้าตัวดังขึ้นก่อนเจ้าตัวจะหันขวับกลับมาจนผมแกละคู่เธอแทบสะบัดปาดปาก

เรียวคิ้วมุ่นลงทวนประโยคคำถามที่พูดไปเมื่อครู่

นับว่าปฎิกริยาไวสมกับหมัดฮุกที่ปล่อยตรงจุด

 

"หึง?"

 “ครับผม หึง”

 

"ยังไง?"

“เฟิร์นดูเครียดๆนะ”

 

 

คิ้วจะผูกเป็นโบว์แล้วนะครับคุณ

ผูกไปก็ไม่ได้ช่วยให้คิดเก่งเหมือนผูกเชอรี่ในปากได้แล้วจะจูบเก่งหรอกนะ

 

โหย สิงหาแม่งอัจฉริยะ

แถสีข้างเลือดสาดสุดอะ

 

 

 

เรียวคิ้วขมวดมุ่นกว่าเดิม

แต่ปากแข็งๆยังทำหน้าที่เบี่ยงประเด็นที่ถามไปด้วยคำตอบ

 

 

"อื้อ เครียด ๆ"

"จะสอบแล้วนิ"

 

ตึ่งโป๊ะ!!

 

หรือจะเดาผิดวะว่าหึงจริง

แต่จากที่ศึกษาค้นคว้ามาจากการ์ตูนตาหวาน นิยายแจ่มใส ซีรีย์เกาหลี ละครหลังข่าว

มันควรจะเป็นหึงเด้!!

 

 

“หึงกัสกับน้องเหรอ??..”

 

 

ประโยคฮุกตรงๆหมัดที่สองชนิดเพิ่มคำขยายถูกพูดส่งตรงไปอีกรอบ

ครบถ้วนประโยคทั้งประธาน กริยา กรรม

 

 

เชื่อว่าสาวเธออาจจะไม่รู้ตัว

 

แต่ไม่รู้เป็นอะไร โรคจิตปะหว่า..

เห็นหัวคิ้วมุ่นๆนั่นละอยากจิ้มทู้กที..

 

 

เมื่อเห็นหัวคิ้วขมวดมุ่น จึงยื่นมือยาวขยับปลายนิ้วชี้กดถูกระหว่างคิ้ว ออกน้ำหนักนวดกดมันเบาๆให้คิ้วมุ่นๆคลายออก

ก่อนจะละปลายนิ้วออกเมื่อแรงกดที่ส่งไปส่งผลให้หัวคิ้วมุ่ยๆคลายลง

 

 

"หมายความว่าไม่ชอบใจ? ใช่ไหม"

 

สาวเจ้าบ่นพึมพำออกมาหลบสายตาก้มหน้าลงนิดหน่อย

นิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังตอบคำถามหรือประเมินสภาวะอารมณ์ตัวเองขณะนั้นก่อนจะได้คำตอบที่คาดไว้ออกมา

 

"นั้นคงใช่แล้วละ"

 

ช่างมัน

ผิดก็ผิดสิวะ..

 

 

ดีใจจุงเบย: D !!

 

สาวหึงด้วยเฮ้ย!!

 

 

 

“ฮื่อ ประมาณนั้นล่ะ ที่ว่าหึง”

 

 

"อื้อ"

"ไม่ชอบใจ"

"แล้วยิ่งพอกัสบอกจะพาน้องเค้าไปกินไอติมแล้วมันยิ่งไม่พอใจ"

 

เห็นมั้ย!!

การ์ตูนตาหวานแม่งเรียลเว้ย!!

 

ในขณะที่ในนั้นแม่งแบ๊วๆ

แต่ทำไมพอมาเป็นกะตัวเองละมันดูจิตๆ

แบบฟิลลิ่งที่โดนหึงโดนหวงแล้วดีใจงี้

 

มาโซเปล่าวะ

 

 

รอยยิ้มมุมปากผมกว้างขึ้นนิดหน่อยจนแก้มสองข้างบุ๋มลงไปประสาคนมีลักยิ้ม หยีตาเรียวๆอย่างพอใจกับคำตอบ

เอ่ยประโยคแก้สถานการณ์ที่เผชิญเมื่อวิเคราะห์จากรูปการณ์ว่าเห็นสมควรแก่เวลาแล้ว

 

 

“ไม่ได้บอกว่าจะไปกับน้องเขาสองต่อสองนี่นา..”

“ไปกินด้วยกันมั้ยครับ??”

 

ทีนี้ก็ไม่ต้องหึง แถมเป็นการเปิดความสัมพันธ์กลายๆ

ไม่ดราม่าโดนหึงจนทะเลาะด้วย

สิงหานี่ไบรท์สุดๆ!

 

มองมุมกลับละปรับมุมมอง เปลี่ยนเรื่องยากให้ง่าย!

 

เย้!!

 

 

"แล้วมันจะดีเหรอ"

“ก็ของกัสแค่เลี้ยงไอติมน้องนี่นา ไม่ได้เดทซะหน่อยจะได้ไปสองต่อสอง”

"..."

 

เป็นอันจบปัญหาใหม่สดๆที่เกิดขึ้น

แต่ทว่า….

 

"เดี๋ยวนะ"

"นั้นตอนปีก่อนที่ไปดูหนังกัน..อย่าบอกนะว่ากัสวางแผนไว้"

 

พึ่งรู้ตัวเหรอครับคุณ โถ่555

 

ผมดีดนิ้วเป๊าะพลางหัวเราะร่า ขยิบตาวิ้งค์พอส่งความเสี่ยวไปให้

เอ่ยปากเฉลยถึงแผนที่ไปปะเหลาะไว้มานานนม

 

“ถูกต้องนะคร้าบบบ”

 

จากคำตอบที่ได้เรียกหัวคิ้วอีกฝ่ายให้ขมวดมุ่นอีกครั้ง

ก่อนจะเอ่ยคำถามที่จะว่าตอบยากก็ยาก ว่าง่ายก็ง่ายออกมา

 

“ทำไมทำแบบนั้นล่ะ??”

“มันเป็นช่วงทำคะแนน..”

 

เมื่อความแตกแล้วจึงเป็นความเสี่ยงต่อการโดนโกรธที่จะตามมาแทน

ผิดคาดไปมากพอสมควรเมื่อสาวเจ้าไม่ได้แสดงท่าทีหงุดหงิดอะไร

 

………แต่เป็นรอยยิ้มบางๆตามประสาเจ้าตัวแทน……….

 

บทสนทนาเกิดขึ้นใหม่เป็นอันสรุปได้ว่าความเสี่ยงจะโดนโกรธมลายหายไป

กลับมาอยู่กับปัจจุบันที่แม้จะเคลียร์แล้วแต่ยังติดขัดนิดหน่อยประสาความขี้เกรงใจของแม่เจ้าประคุณคนดี

 

 

"แล้วถ้าเราไปน้องเค้าจะโอเหรอ"

“ก็ไม่ใช่เดทนี่นาา แค่เลี้ยงไอติม”

 

 

ประสาพี่น้อง ยูโน้ววววว???~~

 

"อื้ม..."

"มีแฟนนี่ลำบากเนาะ"

 

เสียงติดเจื่อนเอ่ยออกมาพร้อมหัวคิ้วมุ่นน้อยๆ

อดหัวเราะเบาๆออกมาไม่ได้กับท่าทีคิดมากไปซะทุกสิ่งอย่างของคุณเธอตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะเบาๆที่ศรีษะแล้วลูบช้าๆไม่ให้ผมเสียทรง

เอ่ยเสียงอ่อนปลอบใจคนขี้คิดมากให้สบายใจขึ้น

 

“ได้อย่างเสียอย่างนี่นา”

"รู้สึกตัวเองงี่เง่าขึ้น.."

"ถ้าไม่ชอบก็บอกนะ."

 

 

 

เออ ไม่ชอบครับ

 

..

….

…….

…………..

 

 

 

 

 

 

รักเลยแหละ ถุ้ย!!

 

คิดในใจเองเขินเอง

บ้าจริงงงงง

 

“ไม่เคยได้ยินเหรอครับว่าผู้หญิงงี่เง่าเพราะรัก”

“ถ้าไม่รักผู้หญิงจะไม่มางี่เง่าใส่หรอก..”

 

"เข้าข้างตัวเองเหรอ"

 

 

เมื่อเอ่ยคำปลอบใจกึ่งแซวแบบนั้นออกไป คำสวนก็ยอ้นกลับมาเหมือนคำด่ากลายๆว่าคิดหลงตัวเอง

แต่ไม่หรอก เจตนามันไม่ใช่อย่างนั้นสักทีเดียว

 

เพราะคนคิดมากขี้เครียดยิ้มบางๆออกมาแล้วเป็นเชิงว่าพอใจกับคำตอบนั้นไม่น้อย

 

 

ดังนั้นประโยคต่อไปจึงเกิดขึ้นโดยลดความเกร็งขัดเขินลง

เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มกว้างตามปกติกับตายิบหยี

 

 

“เข้าข้าง’เรา’มากกว่า”

“ก็นี่มันเรื่องของเรานี่ครับ”

 

"ไม่หลงตัวเองเลยนะ"

 

ปากว่าไปนั่น

เห็นนะตะเองงง ว่าเขินอะ โห่!!

ยิ้มก็ปิดไม่มิดละน่า!

 

“หายเครียดยัง??”

 

"ถ้าได้กินไอติมก็คงจะดี"

 

 

เป็นอันปิดประเด็นทั้งเรื่องที่หึง รวมถึงเรื่องความขี้คิดมากขี้เกรงใจของคุณแผนไปได้

ประโยคเอ่ยถามลอยๆจึงเป็นแพลนในวันนี้ว่าเราจะทำอะไรกันก่อนพาแม่คนคิดมากไปส่งที่คอนโดตามปกติ

 

 

ไอติมอะไรดีครับ?”

 

"สตอเบอรี่เชอร์เบ็ต"

"แวะก่อนกลับบ้านได้มั้ย จะกวนกัสฝึกวาดรูปเปล่า"

 

“ไม่กวนครับ ตามใจเฟิร์นเลย”

 

………..

……………………..

………………………………….

………………………………………………………

…………………………………………………………………..

 

 

ตอบไปอย่างที่คิด แน่นอนว่าไม่กวน เนื่องมาจากตารางที่กำหนดเองเป็นตารางชนิดยืดหยุ่นรับสถานการณ์ต่างๆ

เพราะฉะนั้นเริ่มตารางช้าสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ไม่เสียหาย แค่เป็นการเจียดเวลานอนให้หายไปตามเวลานั้น

จึงไม่มีผลเสียกระทบต่อตารางฝึกแต่อย่างใด

 

คิดในมุมกลับ ถึงจะได้นอนน้อยลงไปสักพักจนส่งผลให้ต้องมาหลับในห้องเรียน

แต่ผลที่ได้ตอบกลับมา..

 

เดี๋ยวคุณก็รู้

ว่า”คุ้ม” : )

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เชรี่ยยยยยยย กัสแมร่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง...

ประโยคนี้วนเวียนอยู่ในสมองตั้งแต่อ่านบรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้าย
จะหวานกริ๊บกริ้ว กิ๊วก๊าวหัวใจก็หวานไม่ได้เต็มที่เพราะมัวแต่ไปหัวเราะความรั่วเรื้อนของพ่อเจ้าประคุณเสียหมดเรี่ยวหมดแรงกันเลยทีเดียว ขอคารวะผปค.ด้วยเหล้าหนึ่งไหที่ทรงกัสได้ฮาแตกขนาดนี้ แถมยังเนียน พลิกวิกฤตเป็นโอกาสซะงั้น ร้ายนะยะหล่อน
ขำเฟิร์น อุตส่าห์จะมีโมเมนต์สาวน้อยกับเขาบ้าง แต่หักมุม ยอมรับเอาซื่อๆซะงั้น 

กู้ระเบิดได้อย่างงดงามหนึ่งลูก //หันไปเชียร์ผปค.นานะให้โยนลูกถัดไป เพื่อความก๊าวและฟินของบรรดาม่ยกและแฟนคลับต่อไป

//โดนผปค.รุมตรบดับ

#6 By irindel on 2014-03-15 03:01

โอ้ย อิคำพูดสิงหาในมุมมองเฟิร์นมันก็ปกตินะ แต่อิความคิดมันนี่สิ..... 55555555555555555555

คารวะแก พี่ไม่สามารถทรงกัสได้เรื้อนเท่าแกว่ะ

the one and the only

แต่รีแอคของแม่เจ้าประคุณนี่ช่างสาวน้อยมาก สาวน้อยชนิดแม่มันแอบขนลุกกลาย ๆ 55555

#5 By Fern-CS#4 on 2014-02-28 23:30

อ๊ายยยยยยยยย ไม่ไหวแล้วค่ะไม่ไหวแล้ว
อ่านไปยิ้มไปปากจะฉีกอยู่แล้วค่าcry
น่าร้ากกกกกกกกอะ ทั้งฮา ทั้งฟิน ทั้งเขิน 
พ่อเจ้าประคุณ แหม กัสไม่ค่อยเลยนะ เฟิร์น ก็แบบหึงน่ารักอ้ะ
น้องบรรยายได้เก่งจังค่ะ เห็นภาพตาม อ่านแล้วฟิ้น ฟิน อยากทำตัวละครแบบนี้ให้ได้บ้างจัง
กรี๊ดดดดดดดดด...เค้าชอบฟิคนี้จัง บรรยากาศน่ารัก กุ๊กกิ๊กวัยรุ่น ไม่ได้อ่านแบบนี้นานแล้วนะ แต่ว่าสมกับเป็นกัสจริงๆ ขอชาบูน้องเบลอีกครั้ง แค่อ่านบทนำไม่กี่บรรทัดก็หัวเราะพรืดออกมาแล้ว ฮาจริงอะไรจริงนะพ่อคู้นนนนน.... confused smile
นึกว่าเฟิร์นจะโกรธมากกว่านี้เสียอีก แต่รีแอคของเฟิร์นนี่อ่านแล้วเขินตามเลยนะเนี่ย ดูเป็นสาวน้อย ใสซื่อจริงๆ 
ขอบคุณที่กู้ระเบิดของหนูนานะนะคะ ปลาบปลื้มสุดๆเลย และแล้วพี่กัสก็เอาตัวรอดได้เยี่ยมเลยค่ะ แบบนี้นานะต้องมาป่วนบ่อยๆซะแล้ว    //เอ๊ะ(?)

#3 By Adeya on 2014-02-17 23:58

ความคิดในหัวพี่กัสนี่แบบ555555 อยากให้พี่เฟิร์นได้ยินมากกกก
แต่ชอบพี่เฟิร์นตอนนี้สุดๆ ตอบได้ซื่อมาก เขิน

#2 By โก! on 2014-02-17 21:58

ความคิดในหัวพี่กัสนี่แบบ555555 อยากให้พี่เฟิร์นได้ยินมากกกก
แต่ชอบพี่เฟิร์นตอนนี้สุดๆ ตอบได้ซื่อมาก เขิน

#1 By โก! on 2014-02-17 21:55

Recommend

Categories